อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดสารอาหาร

อาหาร เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับร่างกาย เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในการหล่อเลี้ยงชีวิต ดังนั้นการทานอาหารไม่ใช่ว่าแค่เพื่อให้อิ่มในแต่ละมื้อเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงคุณค่า สารอาหารที่ร่างกายต้องการและการดูดซึมสารอาหารของร่างกาย เพื่อนำไปใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้หาทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ก็จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ ซึ่งก็จะมีผลเสียตามมามากมายเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เมื่อร่างกายขาดสารอาหาร จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สาเหตุของการขาดสารอาหาร

การขาดสารอาหาร อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้

1.อาหารที่ทานในแต่ละมื้อมีสารอาหารน้อยเกินไป อาจจะมีสาเหตุมาจากการปรุงที่ผ่านความร้อนนานเกินจนเสียคุณค่าสารอาหารและวิตามิน

2.การดูดซึมสารอาหารของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ในกลุ่มสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรจะต้องการวิตามินและแร่ธาตุมากกว่าปกติ ในกลุ่มนักกีฬาก็จะต้องการเกลือแร่และวิตามินมากกว่าคนทั่วไป

3.การรับประทานอาหารบางอย่างที่มีผลรบกวนต่อการดูดซึม หรือทำลายวิตามิน เช่นคนที่ชอบดื่มชา กาแฟก่อนทานอาหาร จะทำให้สารแทนนินเข้าไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารของลำไส้เล็ก

สำหรับอาการหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อร่างกายของคุณ ขาดสารอาหารก็มีดังนี้

1.ผมร่วง

เมื่อร่างกายขาดสารอาหาร ทำให้เส้นผมได้รับอาหารไม่เพียงพอจึงเกิดอาการผมร่วง ไม่เงางามได้ ซึ่งก็ป้องกันได้ด้วยการทานอาหารประเภทโปรตีน เสริมธาตุเหล็กจากการทานผักใบเขียวและตับ วิตามินต่างๆจากธัญพืชและผัก เป็นต้น

2.อาการคันตามผิวหนัง

ผิวหนังแห้ง ตกสะเก็ด ลอกและมีอาการคัน ก็เป็นอาการของภาวะขาดสารอาหารเช่นกัน ซึ่งควรทานอาหารที่มีวิตามินอีสูง เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง เมล็ดทานตะวัน เพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นมากขึ้น

3.กระดูกพรุน

ภาวะกระดูกพรุน บาง เกิดจากการขาดแคลเซียม ควรเสริมด้วยการทานปลาตัวเล็กตัวน้อย งา ชีส นม เต้าหู้ ไข่แดง บล็อคโคลี และหมั่นออกเดินรับแสงแดดอ่อนๆยามเช้าเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดี ตามธรรมชาติเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูก

4.หลงลืมง่าย

การหลงลืมง่าย เกิดจากการขาดวิตามินบีรวม ซึ่งพบได้ในธัญพืช ถั่ว จมูกข้าว ผักใบเขียว น้ำมันปลา

5.เหนื่อยง่าย

อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายเกิดจากร่างกายขาดวิตามินบี ธาตุเหล็ก และธาตุอาหารอื่นๆ สามารถทานธัญพืชต่างๆ รวมถึงผัก ผลไม้ ไข่แดง และนมเพื่อลดอาการเหนื่อยล้าได้

ภาวะขาดเกลือแร่และวิตามินตามที่กล่าวมาข้างต้น เป็นอาการของผู้ที่โภชนาการไม่สมดุล เมื่อคุณหรือบุคคลในครอบครัวมีอาการดังกล่าว ควรได้รับการดูแล ปรับปรุงมื้ออาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นวิตามิน และเกลือแร่บำรุงในส่วนที่ขาด ควบคู่กับการออกกำลังกาย เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้กลับมามีสุขภาพดีโดยเร็ว

แค่ออกกำลังกายชีวิตก็เปลี่ยน ออกกำลังกายให้ถูกวิธี

สุขภาพดีเป็นสิ่งที่เราทุกคนไม่อาจหาซื้อได้ เหมือนที่ใครหลายคนชอบพูดว่า สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” และการออกกำลังกายให้ได้ประโยชน์สูงสุดต้องเลือกรูปแบบ ระยะเวลา ความหนัก รวมถึงความถี่ของการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเพศ วัย สภาพร่างกาย สภาพสิ่งแวดล้อม และจุดประสงค์ของแต่ละคน จึงจะนำไปสู่วินัยในการออกกำลังกาย

  • อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายแข็งแรงขึ้น ทั้งหัวใจ ปอด ระบบหมุนเวียนโลหิต กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อต่าง ๆ ฯลฯ
  • ลดความเครียด สมองปลอดโปร่ง แจ่มใส นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่ายรักษาโรคระยะยาว
  • ลดไขมันในเลือด
  • ร่างกายเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานได้ดีกว่าเดิม
  • ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง
  • ปรับระดับฮอร์โมนให้สมดุล
  • ลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • เสริมความจำให้ดีขึ้น

นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงและอันตรายจากการบาดเจ็บ

  • ต้องมีการวอร์มและคูลดาวน์ทุกครั้งอย่างน้อย 3-5 นาที จะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บได้ เนื่องจากจะต้องเร่งการทำงานของหัวใจขึ้นอย่างเฉียบพลัน การอบอุ่นกล้ามเนื้อและการยืดเส้นยืดสายเตรียมความพร้อมให้ร่างกายพร้อมรับมือกับปญหาต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น
  • เริ่มออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม สำหรับมือใหม่ในช่วงเริ่มต้น แนะนำให้ออกกำลังกายไม่เกิน 30 นาที จากนั้นเมื่อร่างกายเกิดความเคยชินจึงเพิ่มระยะเวลาให้นานขึ้นตามความสามารถของร่างกาย
  • ก่อนออกกำลังกายทุกรูปแบบ ห้ามปล่อยให้ท้องว่างเด็ดขาด ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป