หมวดหมู่: สุขภาพ

3 สัญญาณที่จะเตือนว่าลิ่มเลือดอุตันในสมอง

หลายคนเกิดความสงสัยว่าตนเองนั้นมีอาการแบบนั้นแบบนี้ว่าตนเองจะเป็นเส้นเลือดในสมองตีบหรือว่าลิ่มเลือดอุตันหรือเปล่าและยิ่งตอนนี้ใครที่มีความกังวลว่าหลังจากฉีดวัคีวนโควิด-19แล้วถ้ามีลิ่มเลือดอุตันจะมีอาการแบบไหนบ้างจะมีสัญญาณอะไรเป็นตัวเตือนบ้างเราบอกก่อนเลยว่าการสังเกตอาการเป็นสิ่งสำคัญมากๆ

เมื่อมีอาการแล้วและมี ลิ่มเลือดอุตันในสมอง จะต้องรีบทำการรักษาภายใน3ชั่วโมงถ้าไปที่โรงพยาบาลช้าหรือว่ารักษาช้า โอกาสที่จะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตนอนติดเตียงมีสูงมากๆเลยทีเดียววันนี้เราจะมาแนะนำสัญญาณเตือนว่าคุณอาจจะมี ลิ่มเลือดอุตันในสมอง แล้วก็ได้

สัญญาณที่หนึ่งอ่อนแรงครึ่งซีก อาจจะเป็นซีกซ้ายหรือว่าขวาก็ได้ก่อนอื่นต้องอธิบายสมองของเรามีอยู่ด้วยกันสองฝั่งโดยสมองฝั่งขวาจะควบคุมการทำงานร่างกายซีกซ้ายและสมองฝั่งซ้ายจะไปควบคุมการทำงานซีกขวาเมื่อมีลิ่มเลือดอุตันหรือเส้นเลือดสมองที่ตีบไป

โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะตีบอยู่ข้างเดียวดังนั้นก็จะทำให้เรามีอาการอ่อนแรงครึ่งซีกรองสังเกตอาการตนเองดูว่าถ้าเราตื่นเช้ามาหรือมีอาการฉับพลันขึ้นมามีอาการอ่อนแรงแขนขวาขาขวาไปด้วยกันยกไม่ขึ้นเลยแบบนี้ให้รีบมาโรงพยาบาลเลยคุณอาจจะมีลิ่มเลือดอุตันแล้วก็ได้

สัญญาณที่สอง มีอาการชาครึ่งซีก เมื่อลิ่มเลือดไปอุตันบริเวณสมองที่ทำหน้าที่ในการรับความรู้สึกก็จะทำให้เรารับรู้ความรู้สึกผิดปกติไปทำให้เรามีอาการชาไปครึ่งซีกลองสังเกตอาการดูว่าถ้าเรามีอาการชาฉับพลันขึ้นมาเลยมีอาการชาครึ่งซีกเป็นแขนขวากับขาขวาหรือว่าแขนซ้ายกับขาซ้ายแบบนี้และจะร่วมกับอาการที่เราอ่อนแรงด้วยก็จะเป็นตัวบ่งบอก

สำหรับใครที่มีอาการชาตามมือตามเท้าอันนี้ก็อาจจะไม่ใช่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป้นพวกปลายประสาทอักเสบเสียมากกว่าแต่ถ้าใครไม่มั่นใจอยู่มีอาการชาขึ้นมาหากไม่แน่ใจให้ไปโรงพยาบาลทันทีเลยเพื่อทำการตรวจและรักษาต่อไป

สัญญาณที่สาม มีอาการหน้าเบี้ยวปากเบี้ยว ลองสังเกตอาการตนเองดูหากตอนเช้ากำลังจะไปแปรงฟันแบบนี้แล้วอยู่มุมปากของเราตกรวมกับอาการที่ตาปิดไม่สนิทก็ได้ยักคิ้วข้างเดียวไม่ได้อันนี้ก็จะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณอาจจะมีลิ่มลือดอุตันในสมองแล้วก็ได้

แต่เราต้องบอกก่อนเลยว่าอาการที่หน้าเบี้ยวปากเบี้ยวไม่ใช่ว่าจะเป็นเส้นเลือดในสมองอุตันอย่างเดียวอาจจะเป็นโรคอื่นก็ได้อย่างเช่นBells palsy 

 

สนับสนุนโดย.    หวยจับยี่กีเล่นยังไง

เทคนิดการวิ่งให้นานขึ้นวิ่งอึดขึ้น

การวิ่งเป็นวิธีออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงมากแล้วรวดเร็วมากๆเลยเพราว่าในการวิ่งคุณไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์ใดๆทั้งสิ่งเลยแค่คุณมีรองเท้ากับมีใจเราก็อออกไปวิ่งได้แล้วและการวิ่งก็สามารถทำได้ทุกวันเป็นผลดีต่อสุขภาพมากๆหากคุณนั้นวิ่งอย่างต่อเนื่อง

โดยหลายคนอาจจะประสบปัญหาอยู่ว่าเมื่อเริ่มต้นวิ่งแรกๆเลยแล้วกันจะวิ่งไม่ถึงที่คุณตั้งเป้าเอาไว้บ้างวิ่งได้ไม่นานเท่าที่ควรวิ่งแล้วเหนื่อยง่ายวิ่งแล้วเหนื่อยเร็วจนคุณมีความรู้สึกว่าท้อแล้วไม่วิ่งดีกว่าอะไรประมาณนั้นอย่างการวิ่งครั้งแรกอาจจะวิ่งได้แค่300เมตรไม่ไหวมันเหนื่อยมาก

ซึ่งการที่จะวิ่งได้อึดและนานขึ้นจริงๆแล้วมันใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับการวิ่งเราก็เลยจะมาบอกเคล็ดลับที่จะทำให้คุณวิ่งได้นานกว่าเดิมเรามาดูวิธีที่จะช่วยให้คุณวิ่งได้อึดแล้วก็นานขึ้นโดยอย่างแรกเลยค่อนข้างที่จะสำคัญมากที่สุดคุณจะต้องปรับสภาพจิตใจก่อนต้องทำใสภาพจิตใจของคุณให้พร้อมก่อนที่จะไปวิ่งอย่างน้อย30นาที

ควรหลีกเลี่ยงการทำงานที่อยู่ในสภาวะที่เครียดจัดเสี่ยงต่อการทะเลาะปะทะหรือว่าอะไรก็ตามให้ลดความวิตกกังวลในการวิ่งโดยหากใครทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แล้วบางวันมันเครียดมากๆแล้วพอเราออกไปวิ่งมันมีความรู้สึกว่ามันอืดๆสมองมันไม่โล่งสมองมันจะคิดอยู่ตลอดเวลาเลยมันส่งผลต่อการวิ่งของเรามากๆเลยทีเดียว

อย่างต่อมาที่เราอยากจะพูดถึงเลยคือการเตรียมสภาพร่างกายของคุณให้พร้อมกับการวิ่งคุณจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และ ควรทานอาหารให้เพียงพอต่อการวิ่งเราจะพูดถึงการพักผ่อนให้เพียงพอก่อนคุณจะต้องหลับอย่างน้อย7-8ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่

สังเกตดูได้ถ้าคุณพักผ่อนเต็มที่นอน8ชั่วโมงแล้วตื่นขึ้นมาร่างกายมันโล่งอยู่ถ้าคุณวิ่งในตอนเช้ามันจะวิ่งได้นานกว่าอึดกว่าวิ่งตอนเย็นปกติส่วนตัวเราจะวิ่งตอนเย็นเป็นส่วนใหญ่เพราะว่าในตอนเช้ามันมีภาวะกิจที่เยอะมากแล้วพอกลางวันทำงานแบบนี้หัวจะปวดมาก

พยายามสัก4-5โมงงานคลายไปแล้วก็จะหาฟังเพลงหรือมองอะไรให้หัวสมองของเรามันผ่อนคลายก่อนที่จะไปวิ่งเพราะฉะนั้นคุณจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอถือเป็นเรื่องสำคัญจริงๆอันที่สองให้ทานอาหารที่ร่างกายมีพลังงานควรจะรับประทานอาหารที่มันสามารถย่อยได้ง่ายแล้วก็ให้พลังงานสูงประมาณพวกคาร์โบไฮเดรตขนมปังทูน่ากล้วยหอมสุกพกไปกับการวิ่งก็ได้ขนมปังโฮลวีตเป็นต้น

 

สนับสนุนโดย    วิธีเล่นหวยยี่กี 2 ตัว

อาหารบำรุงสายตา

โดยปกติแล้วสายตาของคนเราเป็นอวัยวะที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีมากกว่าอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เพราะดวงตาเป็นดวงใจสำคัญที่มนุษย์เราจำเป็นที่จะต้องรักษาสภาพการใช้งาน เพื่อให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด ในปัจจุบันคนเราจะมีอัตราในการใช้งานสายตาอย่างหนัก โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่มีแสงสีฟ้านาน ๆ

แสงเหล่านี้ทุกคนคงรู้ทราบกันเป็นอย่างดีว่า เป็นแสงที่ทำลายสายตาของเรา ยิ่งถ้าเราจ้องนาน ๆ แสงสีฟ้าก็อาจจะทำลายจอประสาทตาจองเราได้ ดังนั้น การจะดูแลสายของเราให้มีสุขภาพที่ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ยากมากนัก เพราะสมัยนี้มีอาหารมากมายที่เราสามารถกินแล้วบำรุงสายตาไปด้วยได้

เพราะการที่เรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์จากธรรมชาติ นอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้วนั้น ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการดูแลบำรุงสายตาให้ดูมีสุขภาพ และสดใสอีกด้วย ฉะนั้น วันนี้เราจึงได้รวบรวมอาหารที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตามาฝาก สำหรับผู้ที่อยากถนอมสาย

  • ผักใบเขียว แน่นอนว่าผักใบเขียวนั้นมีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ในผักใบเขียวจะอุดมไปด้วยสารอาหารจำพวก ลูทีน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยเรื่องของผิว ระบบขับถ่าย อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้อีกด้วย ถ้ายิ่งรับประทานเป็นประจำ นอกจากจะได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังบำรุงสายตาให้แลดูมีสุขภาพอีกด้วย
  • อะโวคาโด เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสายตาเราเป็นอย่างมาก เพราะในอะโวคาโดจะมีสารอาหารจำพวก เบต้าแคโรทีน วิตามินต่าง ๆ มากมาย ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาโดยตรง หากรับประทานเป็นประจำก็จะช่วยในเรื่องของการชะลอการเสื่อมสภาพลงของดวงตาเราได้อีกด้วย
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลนี้ แน่นอนว่าเป็นรวมของสารอาหารจำพวกวิตามินซีหลากหลายชนิด ผลไม้ตระกูลนี้จะมีสารอาหารสำคัญอย่างหนึ่งคือ จะมีสารในการต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยบำรุงดูแลรักษาดวงตาให้ดูสดใสขึ้นอีกด้วย หากใครที่ชอบรับประทานผลไม้อยู่แล้ว ลองรับประทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ดู เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องผิวแล้ว หากอยากบำรุงสายตา แนะนำเลยค่ะ เพราะจะช่วยป้องกันไม่ทำให้เซลล์ของดวงตานั้นถูกทำลายลง

อย่างไรก็ตาม ในสมัยนี้ก็ยังมีอาหารอีกมากมายที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา หากผู้ที่อยากดูแลสายตาให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ก็อย่าลืมรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของเราอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

ถ้าติด covid-19  จำเป็นที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือไม่

            คุณเคยสงสัยไหมว่าในตอนนี้การติดเชื้อไวรัสโควิด-19  นั้นอาการมีหลากหลายแตกต่างกันออกไปบางคนมีอาการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแต่บางคนนั้นก็ไม่มีอาการอะไรให้เห็นบอกเลยว่าในขณะนี้คุณกำลังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งถือว่าอาการเหล่านี้นั้นเป็นอาการเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นหากคุณไม่มีอาการป่วยไข้ไม่มีอาการหายใจติดขัดยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

แต่เมื่อไปทำการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลแล้วผลปรากฏว่าคุณติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณเคยคิดหรือไม่ว่าอาการไม่แสดงออก  แบบนี้ยังจำเป็น ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกหรือไม่วันนี้เรามีคำตอบให้คุณกันค่ะ

          ทางด้านคุณหมอประจำโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลให้ข้อมูลตรงกันว่าเมื่อมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิตและพบว่าตนเองติดเชื้อไวรัสแล้วควรที่จะต้องเข้ารักษาอาการติดเชื้อไวรัสที่โรงพยาบาลทันทีถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีอาการเลยก็ตามเพราะผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิตนั้นไม่จำเป็นที่อาการแสดงออกเสมอไปบางคนนั้นเมื่อตรวจพบครั้งแรกนั้นอาจจะไม่แสดงอาการอะไรเลยแต่ตัวเชื้อนั้นได้มีการทำงานระบบภายในร่างกายของคนและได้ลงไปถึงปอดของคุณแล้ว

         ซึ่งถ้าหากคุณไม่รีบรักษาก็อาจจะทำให้เชื้อลุกลามทำลายปอดของคุณและถ้าหากบ่ถูกทำร้ายเกินกว่า 80% แล้วเราก็คุณก็ไม่สามารถที่จะรักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิตได้แล้วดังนั้นทางที่ดีที่สุดเมื่อตรวจสอบว่าตนเองติดเชื้อไวรัส covid แล้วควรรีบมาที่โรงพยาบาลทันทีเพราะคุณหมอจะต้องมีการตรวจร่างกายของคนอย่างละเอียดโดยเฉพาะเรื่องของการเอกซเรย์ปอดว่าจะได้ลงปล่อยไปแล้วหรือไม่และยังป้องกันตัวไม่ให้คุณนั้นไปแพร่เชื้อให้กับคนอื่นได้นั่นเอง

         มีขนาดเดียวกันถ้าหากผู้ที่ติดเชื้อไวรัส covid นั้นมีอาการแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการไอหรือจามรวมถึงการกินอาหารแล้วไม่สามารถรับรู้รสชาติได้หรือแม้แต่การหายใจติดขัดหายใจไม่สะดวกอาการเหล่านี้ยิ่งจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อไวรัสอย่างเร่งด่วนเพราะอาการเหล่านี้นั้นคุณหมอจะได้ทำการควบคุมไม่ให้เชื้อของคุณนั้นแพร่กระจายไปทางคนอื่นทำให้คนอื่นติดเชื้อไวรัสโควิคจากคุณง่ายนั่นเองซึ่งถ้าหากว่าคุณมีอาการไอและจามแต่ยังคงรักตัวเองอยู่ที่บ้านก็อาจจะเผลอแพร่เชื้อให้กับคนภายในบ้านโดยที่คุณอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็เป็นไปได้ 

          ดังนั้นไม่ว่าอาการติดเชื้อของไวรัสจะแสดงออกมาให้เห็นหรือไม่ ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลมารักษาให้หายเสียก่อน

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

ฟันลักษณะไหนที่ควรไปทำการ จัดฟัน 

        ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่นิยมการจัดฟันไม่ว่าจะเป็นหมู่วัยรุ่นหรือแม้แต่วัยทำงานรวมถึงปัจจุบันนี้คนที่อายุประมาณ 40 -50 ปีบางคนก็ยังคงมีการจัดฟันกันอยู่ เรียกได้ว่าเป็นยุคสมัยของการจัดฟันเลยก็ว่าได้แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการจัดฟันนั้นจะเป็นเทรนที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้

          แต่อันที่จริงแล้วบุคคลที่จะมีการจัดฟันได้นั้นควรจะต้องมีลักษณะของความที่มีความผิดปกติจึงจะเหมาะกับการจัดฟันถ้าหากต้องการของเราสวยงามสมบูรณ์อยู่แล้วก็ไม่ควรที่จะทำการจัดฟันตั้งแฟชั่นแต่อย่างใดเรามาดูกันว่าลักษณะแบบไหนกันแน่ที่ควรจะมีการเข้ารับการจัดฟัน 

       อันดับที่ 1 ของการที่ควรจัดฟันมากที่สุดก็คือเมื่อคุณมีฟันซ้อนกันเพราะปัญหานี้มันจะทำให้มีปัญหาร้ายแรงตามมาเพราะเศษอาหารจะไปติดตรงบริเวณซอกฟันที่มันมีกันขึ้นซ้อนกันของขวัญนั่นเองและมันจะกลายเป็นที่สะสมของแบคทีเรียและปัญหาที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือเมื่อคุณทำความสะอาดบริเวณฟันแท้ขึ้นซ้อนกันไม่อาจจะทำให้เกิดปัญหาฟันผุและมีปัญหากลิ่นปากได้

      ฟันที่ควรจะต้องมีการจัดฟันนั้นก็คือวันที่ขึ้นคร่อมกันเพราะเวลาที่เราเลี้ยวอาหารนั้นมันจะมีผลกระทบต่อการเคี้ยวอาหารของเราและมันจะทำให้ปากของเราดูไม่สวยเพราะมันจะมีลักษณะเหมือนกับปากของเรายื่นดังนั้นการที่ฟันขึ้นคร่อมกันเวลากัดฟันแล้วไม่ตรงกันมันจะทำให้ดูไม่น่ามองและยังมีปัญหาเรื่องของการเคี้ยวอาหารอีกด้วย

      อีกหนึ่งสาเหตุที่ควรจะต้องมีการจัดฟันนั่นก็คือการที่ฟันของเรามีฟันข้างบนหรือว่าฟันข้างล่างที่ยื่นทำให้ดูไม่น่ามองไม่เกิดความสวยงามและยังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเคี้ยวอาหารได้อีกด้วยดังนั้นจึงควรจะต้องมีการจัดฟันไม่ว่าจะเป็นฟันบนยื่นหรือว่าฟันด้านล่างยืนก็ตามที

      ปัญหาสุดท้ายก็คือคนที่มีปัญหาเรื่องของฟันเบี้ยวนอกจากจะมองดูไม่สวยงามเวลาที่ยิ้มแล้วเห็นฟันแล้วก็ยังมีปัญหาในเรื่องของเวลากินข้าวหรือรับประทานอาหารอีกด้วยซึ่งมันจะส่งผลทำให้การเคี้ยวอาหารของเรานั้นได้คุณภาพอาจจะทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียดดังนั้นการจัดฟันจึงจะสามารถรักษาอาการฟันเบี้ยวให้กลับมาตรงและดูสวยงามได้ 

    และนี่คือกลุ่มคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสภาพของฟันที่ควรเข้ารับการจัดฟันให้เร็วที่สุดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

รู้หรือไม่ ? คุณจะเสี่ยงตายเร็วถึงสองเท่า  หากนอนน้อยกว่าวันละ6 ชั่วโมง 

         อย่างที่เรารู้กันดีว่าสุขภาพร่างกายของเราจะแข็งแรงได้นั้นจะมีองค์ประกอบด้วยกันหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกอาหารการกินหรือแม้แต่การออกกำลังกายรวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 

         และการนอนหลับนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของการที่จะทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นแข็งแรง แต่คนส่วนใหญ่นั้นถึงแม้จะรู้ว่าปริมาณการนอนหลับที่เหมาะสมนั้นจะอยู่ที่ 8 ชั่วโมงแต่เชื่อว่าหลายคนนั้นไม่สามารถที่จะนอนถึงวันละ 8 ชั่วโมงได้นั่นเอง

        โดยแต่ละคนนั้นก็มีสาเหตุของการนอนน้อยแตกต่างกันออกไปบางคนนอนน้อยเพราะต้องทำงานดึกเนื่องจากต้องเคลียร์งานหรือบางคนนอนน้อยเพราะต้องอ่านหนังสือสอบรวมถึงบางคนอาจจะนอนน้อยเพราะว่าติดซีรีย์ก็เป็นไปได้

        ซึ่งพฤติกรรมของแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปแต่คุณรู้หรือไม่ว่าการที่คุณนอนน้อยโดยแต่ละวันถ้าคุณนอนน้อยกว่าวันละ 6 ชั่วโมงเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานๆแล้วล่ะก็คุณจะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะตายเร็วถึง 2 เท่ามากกว่าคนที่นอนปกติเลยทีเดียว 

         สำหรับเรื่องของความเสี่ยงในการตายเร็วถึง 2 เท่านี้มีการสำรวจมาแล้วจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดยสมาคมหัวใจอเมริกันเป็นผู้ทำบัตรทดสอบนี้  ซึ่งผลของการทดสอบสรุปออกมาแล้วว่าคนที่มีอายุอยู่ระหว่างประมาณ 49 ปีและในช่วงเวลาตั้งแต่วัยหนุ่มสาวจนมาถึงวัย 49 ปีนั้นพวกเขามีการนอนไม่พอหรือนอนน้อยกว่าวันละ 6 ชั่วโมง

               ซึ่งเป็นการนอนแบบนี้เป็นระยะเวลานานติดต่อกันส่งผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายมากไม่ว่าจะเป็นทางด้านสมองซึ่งเป็นส่วนของการควบคุมการทำงานทั้งหมดภายในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการควบคุมในส่วนของ hypothalamus ซึ่งสมองส่วนนี้นั้นจะเป็นการควบคุมเรื่องของการเผาผลาญพลังงานดังนั้นจะเห็นได้ว่าคนที่อดหลับอดนอนนั้นมักจะมีร่างกายที่ค่อนข้างอ้วน

             เนื่องจากว่าระบบเผาผลาญไม่ดีนั่นเองอย่างไรก็ตามไม่ได้มีผลแค่ระบบเผาผลาญเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังมีผลอื่นต่อร่างกายอีกด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลต่อระบบประสาทซิมพาเทติกซึ่งประสาทส่วนนี้นั้นจะควบคุมเรื่องของอวัยวะทุกส่วนภายในร่างกายในเรื่องของการทำงานดังนั้นมันจะส่งผลโดยตรงทำให้ร่างกายของคุณนั้นทำงานผิดปกติและทำให้มีความเสี่ยงของการเกิดโรคขึ้นมา

           โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและโรคเบาหวานนั่นเองและบางคนอาจจะมีผลต่อความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลันก็เป็นไปได้ดังนั้นผลการทำวิจัยจึงออกมาว่าการนอนน้อยต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงติดต่อกันนั้นเสียงมากที่คุณจะตายเร็วสิ่งที่ดีที่สุดก็คือคุณจะต้องมีการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ระบบการทำงานของคุณทั้งระบบประสาทและระบบสมองทำงานได้อย่างปกตินั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

หากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะอันตรายต่อปอดหรือไม่ 

           สำหรับอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ผู้คนส่วนใหญ่เกิดความหวั่นวิตก เกี่ยวกับอาการรุนแรง หลังจากที่มีการติดเชื้อ เนื่องจากว่า การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น นอกจากจะมีอาการป่วยที่มีลักษณะคล้ายกับคนเป็นไข้หวัดแต่มีอาการรุนแรงมากกว่าแล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงการทำงานของปอดอีกด้วย  ซึ่งข้อมูลนี้ได้มีการเผยแพร่ออกมาจากกรมควบคุมโรค

        อย่างไรก็ตามแต่สำหรับผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสโควิดนั้นไม่จำเป็นว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้จะส่งผลอันตรายต่อปอดทุกคนไปเพราะมีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่อาการรุนแรงถึงขนาดที่เชื้อไวรัสลงไปทำลายระบบการทำงานของปอดได้โดยปัจจุบันนี้คนที่ติดเชื้อไวรัสบางคนสามารถรักษาอาการการติดเชื้อไวรัสแล้วหายได้เพียงแค่กินยาธรรมดาเหมือนเป็นการรักษาอาการป่วยไข้หวัดธรรมดาเพียงเท่านั้นแต่สำหรับบางคนนั้นถ้าหากว่าสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงมีโรคประจำตัวอยู่แล้วหรือเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องก็จะทำให้เชื้อไวรัสชนิดนี้มีอาการรุนแรงมากขึ้นและส่งผลร้ายต่อระบบการทำงานของปอดได้นั่นเอง

          ปัจจุบันนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคได้ออกมาเปิดเผยถึงผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส covid ว่ามีเพียงแค่ประมาณ 20% เพียงเท่านั้นที่มีอาการป่วยรุนแรงและเชื้อได้ลงไปทำลายการทำงานของระบบปอดทำให้เกิดเป็นโรคปอดอักเสบหรืออาจจะทำให้เกิดปัญหาการเสียชีวิตตามมาแต่ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ติดเชื้อไวรัส covid นั้นไม่ได้มีอาการรุนแรงมากนักและสามารถรักษาให้หายขาดได้

              สำหรับผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไวรัสแล้วมีผลกระทบไปถึงระบบการทำงานของปอดนั้นก็เพราะว่าเมื่อเชื้อไวรัสเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยเรียบร้อยแล้วเชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีการเจริญเติบโตในเซลล์ร่างกายของคนเราโดยจะมีการกระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างกายผ่านทางหลอดลมหรือเส้นเลือดและเมื่อเชื้อไวรัสมีการกระจายตัวมากขึ้นภายในร่างกายเพราะจะทำให้เชื้อชนิดนี้เดินทางไปถึงปอดและทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับโรคปอดได้นั่นเองจึงเป็นที่มาที่ว่าคนที่ติดเชื้อไวรัสและเชื้อนั้นไปลงปอดนั้นจะทำให้เกิดอันตรายจนถึงแก่ความตายได้ 

         สำหรับข้อมูลสถิติของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิตแล้วมีเชื้อลงปอดนั้นพบว่าสามารถรักษาให้หายได้โดยปอดจะมีการถูกทำลายไปประมาณ 20-50 % ซึ่งคนกลุ่มนี้นั้นหากมีการรักษาอย่างทันท่วงทีและดูแลตัวเองเป็นอย่างดีก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ   แล้วไม่นานร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมเพราะร่างกายของคนเรานั้นมีระบบการฟื้นฟูร่างกายนั่นเอง

      แต่ถ้าหากว่าผู้ป่วยนั้นไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อไวรัสโควิช- แล้วปล่อยให้เชื้อไวรัสนั้นไปทำลายปอดเกินกว่า 50%ขึ้นไป แล้วล่ะก็   ความเสี่ยงสูงที่ปอดได้รับอันตรายและรักษายากนั้นเป็นไปได้เยอะมากซึ่งร่างกายนั้นอาจจะไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้เหมือนเดิมทำให้สภาพร่างกายนั้นวิกฤตสุดท้ายแล้วถ้าหากว่าปลอดกำไรเกินกว่า 70% แล้วเราก็จะมีปัญหาถึงระบบทางเดินหายใจและอาจจะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

อาการแบบนี้ต้องระวังอาจจะต้องฟอกไต

โดยคนไทยทั้งหมดประมาณ70ล้านคนมีผู้ที่เป็นภาวะไตเสื่อมประมาณ10ล้านคนคือมันเยอะมากคือเดินไปจะต้องเจอ1-2คนที่มีภาวะไตเสื่อมแต่ผู้ที่ต้องฟอกไตฟอกเลือดก็อาจจะมีประมาณสักแสนกว่าคนเพราะฉะนั้นถ้าเราไม่อยากเป็นเราก็ต้องสังเกตุดูว่าถ้าเราไม่อยากเป็นหรือว่ามันจะมีดอกาสที่จะเป็นไหม

ถ้าไปเร็วควบคุมได้เร็วมันรักษาได้มันสามารถที่จะยืดระยะเวลาได้หรือว่าอาจจะไม่ต้องฟอกไตไปเลยตลอดชีวิตก็ยังได้แต่ท่านจะต้องรู้เพราะว่าถ้าท่านไปสายมันมักจะแย่มากๆเลยแล้วคนไขที่เราไปเจอมาหลายๆคนก็คือว่าจะไม่รู้แล้วก็ปล่อยไปสุดท้ายก็ต้องฟอกไตแบบนี้มันก็น่าสงสารมากๆอาการหลักมีอะไรบ้างมาดูกัน

อาการที่หนึ่งนั่นก็คือ ภาวะตัวบวม อาการบวมของผู้ป่วยที่กำลังจะมีภาวะไตที่แย่ลงมันเกิดมาจากการขับน้ำไม่ได้ของไตการที่ไตทำงานผิดปกติตัวก็เลยบวมหน้าก็เลยบวมเริ่มแรกอาการบวมมักจะบวมมาจากหน้าก่อนแล้วค่อยไปบวมที่หนังตาอะไรประมาณนี้หนังตาหน้าจะบวมตื่นเช้ามาหน้าจะบวมๆไม่ใช่อ้วนนะแล้วก็อาจจะยุบลง

เมื่อพอได้เป็นไปมากๆเยอะๆแล้วจะเริ่มบวมทั้งตัวแล้วจะสังเกตุได้ชัดเจนที่สุดก็คือที่ขาก็คือที่หน้าแข้งเขาจะเรียกว่าบวมกดบุ๋มให้คุณเอานิ้วของคุณไปกดลงที่หน้าแข้งที่มันเป็นกระดูกใหใกดลงไปกดค้างเอาไว้พักนึงแล้วให้ปล่อยนิ้วออกมาถ้าเนื้อของคุณมันไม่เด้งตามกลับคือมาและมันจมยุบลงไปเลยแบบนี้เขาเรียกว่าบวมกดบุ๋มให้สงสัยว่าอาจจะมีโรคใตแทรกอยู่ในตัวของท่านต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

อาการที่สองก็คือ ปัสสาวะผิดปกติ แล้วปัสสาวะผิดปกติยังไงก็อย่างเชน ปัสสาวะเป็นฟองเกิดมาจากโปรตีนมันรั่วออกมาทางปัสสาวะนั่นเองและจะดูยังไงเป็นฟองคือเราปัสสาวะเสร็จกดน้ำยังเหลือฟองติดตามขอบแบบนี้น่าสงสัยปัสสาวะเป็นฟอง

โดยปกติมันก็เป็นฟองได้นิดหน่อยไม่ใช่ว่าเป็นฟองหนิดหน่อยมาโรงพยาบาลไม่ใช่นะมันจะต้องเป็นฟองเยอะๆหน่อยแล้วกดน้ำเสร็จแล้วฟองก็ยังติดอยู่เลย2-3วันก็ยังเป็นแบบนี้ตลอดให้สงสัยว่าปัสสาวะเป็นฟองปัสสาวะบ่อยมากผิดปกติโดยเฉพาะตอนกลางคืน

นอกจากนี้คืนนึงเราให้คำนิยามว่าไม่ควรปัสสาวะเกิน1-2ครั้ง2ครั้งนี้เริ่มเยอะแล้วแต่ผู้ที่กำลังมีภาวะไตบกพร่องบางคืนปัสสาวะ4-5รอบเพราะว่าไตควบคุมการขับปัสสาวะไม่ได้ก็ขับเยอะเลยจะทำให้สุขภาพจิตแย่มาก

 

สนับสนุนโดย.  หาเงินจากหวยหุ้น

ปัญหาโรคเครียดจะแก้ได้อย่างไร

ความเครียดเป็นภาวะอย่างหนึ่งที่มนุษย์อย่างเราต้องพบเจอกันอย่างแน่นอน ซึ่งความเครียดนั้นจะเกิดขึ้นได้ด้วยการที่เรานั้นพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ ที่อาจทำให้ไม่สบายใจ ทำให้รู้สึกวิตกกังวล หรือแม้แต่ความกดดันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้เกิดโรคความเครียดขึ้นได้ คนส่วนใหญ่มักเกิดโรคความเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เพราะเนื่องจากการใช้ชีวิตในประจำวันนั้นจะเต็มที่ไปด้วยการทำงานสะส่วนใหญ่ จึงทำให้ไม่ได้สนใจตนเองว่าสุขภาพร่างกายจะเจอกับปัญหาอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นทั้ง ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านจิตใจ เป็นต้น บางคนจะรู้สึกหงุดหงิดง่าย บางคนอาจรู้สึกนอนไม่หลับเพราะในหัวมีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมด อย่างไรก็ตาม ปัญหาความเครียดต่าง ๆ เหล่านี้สามารถบรรเทาได้ด้วยตัวเราเอง และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการแก้ปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นกับคุณ ซึ่งจะมีวิธีแก้ง่าย ๆ หากทำมันอย่างสม่ำเสมอ จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

  • การนั่งสมาธิ การที่เราทำจิตใจให้สงบอาจเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้จิตใจบรรเทาลงได้ เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกเครียดมาก ๆ เหมือนกับว่ามีก้อนความคิดบางอย่างวิ่งอยู่ในหัวตลอดเวลา ลองทำจิตใจให้สงบ นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้า-ออก ทำให้ชีพจรของเราเต้นช้าลง ทำให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้ความเครียดลดลงได้แล้ว
  • การออกกำลังกาย  การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้คุณนั้นหายเครียดได้ เพราะการออกกำลังกายสามารถช่วยเยียวยาสุขภาพจิตได้เป็นอย่างดี หากไม่ว่างจริง ๆ อย่างน้อยก็ควรออกวันละ 30 นาทีเพื่อให้ร่างกายได้ใช้กำลังบ้าง เพราะจริง ๆ แล้วการออกกำลังกายในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกายที่มันหนัก ๆ หรือใช้กำลังเยอะจนเกินไป ลองหากีฬาที่มันเหมาะ ๆ กับร่างกายของตนเองดู เผื่อช่วยให้คุณหายเครียดได้
  • การดูหนัง ฟังเพลง ถึงแม้ว่าในแต่ละวันคุณจะต้องเจอกับปัญหาต่าง ๆ มากมายที่อาจก่อให้เกิดความเครียด ลองดึงตัวเองออกมาจากความเครียดนั้นสักพักหนึ่ง ลองหากิจกรรมที่ช่วยให้ตนเองนั้นสามารถผ่อนคลายไม่คิดเยอะ อาจจะเป็นการออกไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ การดูหนัง หรือการฟังเพลงที่ช่วยให้ผ่อนคลายไม่เกิดความเครียด แน่นอนว่าหากจิตใจและสมองของเรานั้นรู้สึกปลอดโปร่ง ไม่แน่อาจจะช่วยให้เรานั้นกับแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ได้

อย่างไรก็ตาม แต่ละคนนั้นก็อาจจะเจอกับปัญหารุมเร้าที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจเจอในรูปแบบที่เบา หรือบางคนอาจกับปัญหาที่หนักมากพอสมควร จนถึงขั้นทำให้สภาพร่างกายจิตใจเกิดความเครียดสะสมได้ ดังนั้น หากมีเวลาควรพักผ่อน พักสมองบ้าง เพื่อไม่ให้ตัวเองจมปักมากเกินไป

 

สนับสนุนโดย    ผลหวยยี่กี ล่าสุด

อหิวาตกโรค

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราไม่มีสิ่งใดที่จะจีรังยั่งยืน เพราะทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นมานั้น         เมื่อเกิดขึ้นมาย่อมมีวันที่จะต้องศูนย์สะลายหายไป  มนุษย์เราก็เช่นเดียวเมื่อได้มีชีวิตที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ย่อม    ที่จะต้องตายไปในสักวัน  และสาเหตุของการตายของมนุษย์นั้นมีมากมายหลายสาเหตุ  อย่างการตายจาก  

การประสบอุบัติเหตุ  ตายจากการเกิดภัยพิบัติ หรือก็คือภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาตินั้นเอง และสิ่งที่ทำให้มี   การเสียชีวิตของมนุษย์อีกอย่างหนึ่งเลยก็คือ  โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านนี้นั้นเป็นสิ่งเราไม่สามารถ    ที่จะเลี่ยงได้  ดังนั้นราต้องค่อยสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่ตลอดเวลา

อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าโรคภัยไขเจ็บต่าง ๆ เป็นที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคนที่เรารัก และรวมถึงตัวเราด้วยถ้าเป็นไขหวัดธรรมดาก็ไม่มีอะไรที่ไม่น่าเป็นห่วงมาก  แต่ถ้าเกิดเป็นโรคติดต่อขึ้นมานั้นคงจะเป็นเรื่องยากที่ต้องทำใจยอมรับมันให้ได้  แม้ว่าในตอนแรกจะยากหน่อยแต่มันคงไม่ยากไปเกินกว่า ความที่คุณจะอยาก  หายจากมันแน่นอน  โรคติดต่อนั้นมีมาตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน 

โรคติดต่อที่มีชื่อว่า อหิวาตกโรค        ก็เป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงโรคหนึ่ง  ที่เป็นสาเหตุของการตายมากมาย อหิวาตกโรค ในอดีตจะเรียกว่าโรคห่า หรือโรคลงราก  เป็นที่เกิดจากกรติดเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Vibrio cholera ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบของลำไส้เล็กและส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย  ท้องร่วงรุนแรงเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตได้ภายในระยะเวลาไม่นาน 

ถือว่าเป็นโรคที่ติดต่อได้อย่างรวดเร็ว และรุนแรงผ่านการสัมผัสและการบริโภคอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กไปจนผู้สูงอายุ  ผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสเกิดโรคได้เท่ากัน เป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศที่ยังไม่มีการพัฒนา ซึ่งจะเกิดขึ้นตลอดทั้งปีและมีการระบาดเป็นครั้งคราวอยู่เสมอ แต่พบได้น้อยมากในประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลกของเรามีผู้ติดเชื้ออยู่ประมาณ5 ล้านคนต่อปี และอัตราการเสียชีวิตของโรคนี้สูงถึง 100,000-130,000 ต่อปี

ซึ่งเรานั้นสามารถป้องกันโรคนี้ได้  ด้วยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และดื่มน้ำที่สะอาด ภาชนะที่ใส่อาหารก็ควรที่จะต้องล้างให้สะอาดทุกครั้งก่อนใช้งาน ล้างมื้อให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังที่มีการขับถ่าย ระวังไม่ให้น้ำเข้าปากเมื่อลงเล่นหรืออาบน้ำในลำคลอง และหลีกเลี้ยงที่จะสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้  สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะทำอะไรต้องนึกถึงความสะอาดและปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ

 

สนับสนุนโดย .  หวยออนไลน์ lotto